Brew Hub

เรียนรู้ทักษะกาแฟ

เนื้อหาและแบบทดสอบอ้างอิงแนวข้อสอบ Q Grader Certification (CQI) และ SCA Certification สำหรับมือใหม่ถึงมืออาชีพ

Green Grading

การให้เกรดสารกาแฟ (Green Coffee Grading)

การประเมินคุณภาพสารกาแฟก่อนคั่วโดยดูจากข้อบกพร่องทางกายภาพ ขนาดเมล็ด ความชื้น และความหนาแน่น

  • แบ่งข้อบกพร่องเป็น Category 1 (ร้ายแรง) และ Category 2 (รอง) ตามมาตรฐาน SCA/Green Coffee Grading Handbook
  • Specialty Grade ต้องไม่มี Category 1 defect และมี Category 2 ไม่เกิน 5 full defects ต่อ 350 กรัม
  • วัดความชื้นมาตรฐานอยู่ที่ 9-13% (ideal 10-12%) ด้วยเครื่อง moisture meter
  • ใช้ตะแกรงคัดขนาด (screen size) หน่วยเป็น 1/64 นิ้ว เช่น Screen 18 = พันธุ์ขนาดใหญ่

อ้างอิงจากโมดูล Green Coffee ของ Q Grader Certification (CQI)

Roast & Color

การคั่วและการวัดสี

ทำความเข้าใจปฏิกิริยาเคมีระหว่างการคั่วและมาตรฐานการวัดระดับการคั่วด้วย Agtron scale

  • Drying phase (ไล่ความชื้น) -> Maillard/Browning phase -> Development phase (หลัง First Crack)
  • First Crack ~196-205°C, Second Crack ~224-230°C (วัดที่อุณหภูมิเมล็ด ไม่ใช่อุณหภูมิลม)
  • Agtron scale: ค่าสูง (75-95) = คั่วอ่อน, ค่าต่ำ (25-35) = คั่วเข้ม
  • Development Time Ratio (DTR) = (เวลาโดยรวม - เวลาถึง First Crack) / เวลาโดยรวม ทั้งหมด นิยมอยู่ที่ 20-25%

อ้างอิงจากโมดูล Roasting ของ SCA Roasting Professional Path

Sensory & Cupping

การชิมและประเมินกาแฟ (Cupping)

ทักษะหลักของ Q Grader ในการประเมินกลิ่น รส และโครงสร้างของกาแฟผ่านฟอร์มมาตรฐาน SCA

  • อัตราส่วนมาตรฐาน: กาแฟบด 8.25g ต่อน้ำ 150ml (1:18.18) น้ำอุณหภูมิ 90-96°C
  • ขั้นตอน: Fragrance (แห้ง) -> Aroma (เปียก, breaking the crust) -> Slurp เพื่อประเมิน Flavor/Acidity/Body -> Aftertaste
  • หัวข้อคะแนน SCA: Fragrance/Aroma, Flavor, Aftertaste, Acidity, Body, Balance, Uniformity, Clean Cup, Sweetness, Overall (คะแนนเต็ม 100)
  • Q Grader ต้องผ่าน Triangulation Test (แยกถ้วยที่แตกต่าง 3 ใน 3 ชุด ได้ถูกต้องอย่างน้อย 6 ใน 8 ชุด)

อ้างอิงจากโมดูล Sensory Skills / Cupping ของ Q Grader Certification (CQI)

Defects

ข้อบกพร่องของเมล็ดกาแฟและรสชาติ

การระบุข้อบกพร่องทั้งทางกายภาพ (green defect) และทางกลิ่นรส (cup defect / taint & fault)

  • Physical defects: Black bean, Sour bean, Quaker, Insect damage, Broken/Chipped, Shell, Foreign matter
  • Cup faults (รุนแรง ดื่มไม่ได้): Phenolic, Fermented, Moldy — มักมาจากกระบวนการหมัก/เก็บรักษาที่ผิดพลาด
  • Cup taints (ทำให้คะแนนลด แต่ยังดื่มได้): Baggy, Woody, Earthy, Papery
  • Quaker คือเมล็ดดิบที่คั่วแล้วไม่เข้มขึ้นตามเมล็ดอื่น เกิดจากเก็บเกี่ยวผลยังไม่สุก

อ้างอิงจากโมดูล Cup Tainted & Faulted / Green Grading ของ Q Grader

Brewing & Extraction

หลักการสกัดกาแฟ (Extraction Theory)

ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรการชง (dose, ratio, เวลา, อุณหภูมิ, ความละเอียด) กับผลลัพธ์ในถ้วย

  • SCA Golden Cup Standard: Extraction Yield 18-22%, TDS 1.15-1.35% สำหรับ filter coffee
  • Under-extraction: เปรี้ยวจัด รสจืด บาง มักแก้โดยบดละเอียดขึ้น/เพิ่มเวลา/เพิ่มอุณหภูมิ
  • Over-extraction: ขม ฝาด แก้โดยบดหยาบขึ้น/ลดเวลา/ลดอุณหภูมิ
  • Extraction Yield (%) = (TDS × น้ำหนักน้ำที่ชงได้) / น้ำหนักกาแฟแห้ง × 100

อ้างอิงจาก SCA Brewing Standards และ Barista Skills Program

Chemistry

เคมีกาแฟเบื้องต้น

สารประกอบสำคัญที่กำหนดรสชาติ กลิ่น และการเปลี่ยนแปลงระหว่างการคั่วและการสกัด

  • Chlorogenic acids (CGA) ลดลงระหว่างคั่ว ให้ความเป็นกรดและรสฝาด ยิ่งคั่วเข้ม CGA ยิ่งสลายตัวมาก
  • Maillard reaction: ปฏิกิริยาระหว่างน้ำตาลรีดิวซ์กับกรดอะมิโน ให้กลิ่นคั่ว/ขนมปัง/คาราเมล
  • Trigonelline สลายตัวเป็น niacin (วิตามิน B3) และสารระเหยที่ให้กลิ่นระหว่างคั่ว
  • คาเฟอีนค่อนข้างเสถียรต่อความร้อน ไม่ลดลงมากนักแม้คั่วเข้ม (ต่างจากความเชื่อทั่วไป)

อ้างอิงจากพื้นฐานเคมีอาหารที่ใช้ในหลักสูตร SCA Roasting/Sensory